SAS: หงส์ดำผงาด ผู้มีอำนาจ ย่อมเหนือกว่า

“ประชากรไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เป็นโรคจิต คนโรคจิตมักได้รับการถ่ายทอดลักษณะเฉพาะมาและไม่สามารถรักได้ พวกเขาจัดการความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วยการคิดอย่างแม่นยำ ประสบความสำเร็จในทุกสาขาอาชีพ คนโรคจิตที่หัดรักเป็นยิ่งหาได้ยาก หายากยิ่งกว่าหงส์ดำ”

ประโยคเปิดของหนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด หนังที่เล่าถึงเรื่องราวของหน่วยรบพิเศษ ที่ต้องไปจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่ใช้ชื่อว่า “Black swan” หรือหงส์ดำ หงส์ดำที่กำลังจะทำการเผาอุโมงค์ในรถไฟ และผู้โยสารทุกคนที่อยู่ในรถไฟ โทมัส หนึ่งในกลุ่มหน่วยรบพิเศษ หรือพระเอกของเรื่องจึงต้องหยุดยั้งการกระทำของพวกเขา หนังแอคชัน บู๊สนั่นไม่มีพัก ที่คุณจะต้องลุ้นไปพร้อม ๆ กัน

ที่มา : https://donung4k.com

SAS: หงส์ดำหงาด แอคชันทั่งเรื่อง มันส์สะใจ

SAS: หงส์ดำหงาด ด้วยความที่เป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องของ ทหาร และการก่อการร้าย เลยทำให้หนังเรื่องนี้ เป็น หนังแอคชัน ที่มีฉากการต่อสู้และปะทะมากกว่า 80% ในเรื่อง จึงทำให้หนังมีรสชาติและไม่น่าเบื่อ ดำเนินเรื่องได้อย่างรวดเร็ว แต่ในฉากต่อสู้แต่ละฉาก จะเป็นการใช้ปืนเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีการต่อสู้โชว์สกิลการต่อสู้จริง ๆ เสียเท่าไหร่

ถึงแม้ตัวละคร โทมัส จะดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ แต่ หนังแอคชัน เรื่องนี้ก็ส่งเขาเต็มที่ในฐานะพระเอกของเรื่อง ฉากฉายเดียวต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายเป็นสิบ ๆ คน ที่ไม่น่าจะรอดแต่ก็รอดมาได้แบบเฉียดตายทุกที ส่วนตัวละครที่เด่นและดึงดูดที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้น รูบี้ โรส รับบทเป็น เกรซ สาว LGBTQ ที่สาว ๆ ยูริเห็นบอกเลยว่าเป็นต้องร้องกริ๊ด เพราะต่อให้ในเรื่องจะรับบทร้ายแค่ไหน แต่ความสวยเท่นั้นทะลุจอโดดเด่นแซงตัวละครอื่น ๆ ไปมาก เกรซใน หนังแอคชัน เรื่องนี้ ไม่ค่อยเห็นเธอในฉากปะทะโดยตรงนัก เพราะเป็นหัวหน้าที่คอยบงการเสียมากกว่า แต่ในฉากที่ปะทะกับพระเอก ก็แลกเลือดกันแบบน่าลุ้นมากเช่นเดียวกัน

ที่มา : https://www.nme.com/reviews/film-reviews/sas-red-notice-review-sky-cinema-2899421

SAS: หงส์ดำหงาด หนังแอคชัน กับความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกัน

หนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด พยายามจะปูเรื่องความสัมพันธ์ของ โทมัส และ โซฟี ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่า ทั้งคู่เป็นคู่รักที่มีทัศนคติและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมาก โทมัส เป็น ทหาร ของหน่วยรบพิเศษ เขาไม่มีหัวใจ ฆ่าคนได้แบบไม่รู้สึกสะเทือนใจใด ๆ ส่วน โซฟี เธอเป็นหมอรักษาคนไข้กว่าร้อยพันชีวิต เธอสงสารและเห็นใจคนเจ็บคนตาย นั่นจึงเป็นปมในใจของโซฟีเสมอ เธอคิดหนักมาตลอดหากจะต้องฝากชีวิตไว้กับผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกอย่าง โทมัส ท่ามกลางฉากใน หนังแอคชัน ที่มันส์หยดแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ได้มีการแทรกเนื้อหาของความสัมพันธ์ของตัวละครเข้าไปด้วยเช่นกัน

ซึ่งทั้งคู่ ก็ได้มาเข้าใจกันในตอนท้ายเรื่อง ตามแบบฉบับคนเพิ่งรู้หัวใจตนเอง ใน หนังแอคชัน เรื่องนี้มีฉากที่เกรซใช้มือถือของโซฟี เพื่อล่อให้โทมัสมาช่วยเธอ แต่โทมัสรู้ทัน เพราะรู้ดีว่าแฟนสาวของตนเองไม่มีทางจะทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งฉากที่โซฟี เริ่มจะเข้าใจโทมัสมากขึ้น คือฉากที่เกรซจับตัวโซผีไปด้วย และโทมัสตามมา โซฟีเอ่ยหนึ่งคำ อย่างหนักแน่นว่า “ไปฆ่ามันซะ” นั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เข้าใจตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริงแล้ว

ที่มา : https://www.moviestillsdb.com/movies/sas-red-notice-i4479380/F55EZk

SAS: หงส์ดำหงาด หรือเราต้องพ่ายแพ้กับผู้ที่มีอำนาจตลอดไป

หนังแอคชัน เรื่องนี้ จะพูดถึงความจริงตั้งแต่ต้นเรื่องเลยก็คือ แท้ที่จริงแล้ว ประธานาธิบดีของอังกฤษนั่นเองที่เป็นคนจ้างกลุ่ม Black swan ให้ไปถล่มหมู่บ้านในจอร์เจีย เพื่อที่จะได้บีบให้ประชาชนขายที่ดินให้กับตนเอง หนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด บอกเราตั้งแต่ต้นเรื่อง แทนที่จะเอาส่วนนี้ไปเป็นจุดพีค แต่ความต้องการของหนังก็คือ อยากให้เราไปลุ้นตอนจบมากกว่า ว่าถ้าหากเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว จะลงเอยอย่างไร

หนังค่อนข้างสะท้อนสังคมการเมืองเป็นอย่างมาก ที่ผู้มีอำนาจและเงินอย่างนายกรัฐมนตรีนั้นได้บงการทุกอย่างกับทุกหน่วยงาน พวกเขาควบคุมทั้งกลุ่ม ทหาร กลุ่มก่อการร้ายและหน่วยงานข่าว ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเอื้อผลประโยชน์แก่พวกเขาอย่างไม่ต้องแปลกใจ ในเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้จ้างกลุ่มก่อการร้ายให้ไปก่อเหตุจลาจลต่าง ๆ ในทางเดียวกัน เขาก็ได้ส่งคนไปแทรกซึมในกลุ่ม ทหาร หน่วยรบพิเศษ เพื่อไปจัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายเสียเอง รวมไปถึงสถานีข่าว ที่เขาได้ควบคุมการรายงานสถานการณ์และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้อยู่ภายใต้สิ่งที่จะอำนวยประโยขน์และความดีให้แก่ตนเองนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ด้อยอำนาจกว่า ก็จะตกเป็นทาสของผู้มีอำนาจอยู่ร่ำไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้