Categories
หนังใหม่ล่าสุด

Bangkok Breaking มหานครเมืองหลวง เปิดอีกมุมของกรุงเทพฯ ที่คุณยังไม่รู้

มหานครเมืองหลวงที่สวยงามอย่าง กรุงเทพ มหานคร ใครจะรู้ว่าเบื้องลึกเบื้องหลังนั้นแฝงไปด้วยความเน่าเฟะของบ้านเมืองแค่ไหน Bangkok Breaking เป็นซีรีส์ใน Netflix ที่จะพาคุณไปพบกับอีกมุมหนึ่งของเมืองหลวงอย่างกรุงเทพมหานคร เมื่อ “วันชัย” หนุ่มบ้านนอกที่กำลังเดินทางไป กรุงเทพ เพื่อไปทำงานกับ “โจ้” พี่ชายที่รักของเขา แต่กลับต้องมาเจออุบัติเหตุรถชนครั้งใหญ่ ทำให้ผู้คนตายกันหลายราย รวมไปถึง “โจ้” พี่ชายของเขาด้วย วันชัยจึงต้องพยายามสืบเรื่องราวทั้งหมด เพื่อพิสูจน์ให้ทุกคนได้รู้ว่า โจ้ ไม่ใช้คนขับรถสปอร์ตคันที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ และต้องรู้ให้ได้ว่าพี่ชายของเขาต้องการให้ช่วยอะไรกันแน่ แต่ยิ่งสืบก็ยิ่งทำให้วันชัยได้ไปพบกับความจริงที่ซ่อนอยู่ ของผู้คนในเมืองหลวงแห่งนี้

ที่มา : https://pantip.com/topic/41001357

Bangkok Breaking ภายใต้การทำเพื่อสังคม มีการโกงกินสังคมอยู่

เรื่อง Bangkok Breaking มหานครเมืองหลวง ได้มีการพูดถึงอาชีพอาสาสมัครกู้ภัย ซึ่งเป็นแกนหลักในการเล่าเรื่องของ Netflix เรื่องนี้ ซึ่งมี 2 มูลนิธิด้วยกัน คือ มูลนิธิรวมพลังใจ ที่มี “ประทีป” เป็นผู้ดูแล และมูลนิธิใจธรรม ที่มี “ศักดิ์” เป็นผู้ดูแล ภายนอกนั้นจะเห็นว่าทั้งสองมูลนิธิมีการทุ่มเทแรงกายแรงใจเพื่อช่วยเหลือสังคมและผู้ที่ได้รับบาดเจ็บ แต่ความจริงแล้ว ได้มีการหากินกับคนตายอยู่ตลอดเวลา เช่น การเอาของคนตายไปเป็นของตนเอง ตั้งแต่เงิน ทอง สิ่งของมีค่าต่าง ๆ ยิ่งไปกว่านั้นซีรีส์จะพาเราไปพบกับการทุจริตภายในมูลนิธิ ที่ได้มีการลักลอบค้ายาเสพติดภายในเมืองหลวง กรุงเทพ มหานครนี้ โดยการใช้รถร่วมกตัญญูในการขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย เพราะในความเป็นจริง ตำรวจไม่ตรวจค้นรถร่วมกตัญญูอยู่แล้ว

ประเด็นนี้มันทำให้เรามองเห็นถึงเรื่องของความทุจริต ที่เกิดขึ้นได้อย่างง่ายดาย เพียงแค่ใช้อาชีพที่เสียสละเพื่อสังคมอย่าง อาสากู้ชีพ เป็นเครื่องบังหน้า เท่านี้ก็สามารถทำในสิ่งที่ไม่ดีได้อย่างแนบเนียนและไม่มีใครคิดสงสัยเลย Bangkok Breaking จึงเป็นซีรีส์ที่สะท้อนสังคมเมืองหลวง กรุงเทพ ได้อย่างตรงไปตรงมา ถึงแม้ในความเป็นจริงอาจจะไม่มีอยู่จริง แต่หนังเรื่องนี้ก็คงทำให้เราได้ข้อคิดในการระวังตัวและการใช้ชีวิตมากขึ้น

ที่มา : https://workpointtoday.com/bangkok-breaking-interview/

Bangkok Breaking สื่อมวลชนต้องนำเสนอสิ่งที่ควรนำเสนอเสียที

นอกจากอาชีพกู้ภัยที่ Bangkok Breaking พูดถึงแล้ว ยังมีอีกหนึ่งอาชีพที่สำคัญมาก นั่นก็คือนักข่าวหรือสื่อมวลชน ในความหมายที่แท้จริงของสื่อมวลชนนั้น พวกเขาคือสื่อกลางคือกระบอกเสียงจากประชาชนถึงผู้มีอำนาจภาครัฐ หรือการนำเสนอข้อเท็จจริงจากคนในภาครัฐในประชาชนได้รับรู้ แคต นักข่าวสาว รับบทโดย ออม สุชาร์ มานะยิ่ง ในซีรีส์จาก Netflix เรื่องนี้ เธอเป็นตัวแทนของนักข่าวทั่วโลกกับการกระทำที่พึงกระทำ ในเรื่องแคตได้มารู้จักกับวันชัย และทั้งคู่ก็ตั้งใจว่าจะเปิดโปงการทุจริตในมูลนิธิให้ทุกคนได้รับรู้ ถึงแม้จะโดนพักงาน กระทั่งโดนทำร้ายจากผู้ไม่หวังดี แต่แคตก็ไม่ยอมแพ้ มุ่งมั่นที่จะสืบเรื่องนี้ และเปิดเผยให้ประชาชนได้รับรู้ถึงความน่ารังเกียจของระบบในเมืองมหานคร กรุงเทพ แห่งนี้ให้จงได้

ที่มา : https://www.whatphone.net/news/pr/netflix-bangkok-breaking/

Bangkok Breaking พล็อตเรื่องกล้าหาญ โปรดักชันดีเยี่ยม

เป็นซีรีส์ใน Netflix ของไทยที่ไม่ได้เห็นกันบ่อย ๆ นักสำหรับพล็อตเรื่องแนวนี้ กับการนำความเป็นจริงที่เกิดขึ้นจริง ๆ ในสังคมไทย หนังไทยหลายเรื่องไม่กล้าที่จะนำประเด็นนี้มาเล่า เพราะค่อนข้างจะอ่อนไหวและมีการพาดพิงถึงอาชีพหลาย ๆ อาชีพ โดยเฉพาะ อาชีพอาสากู้ภัย อาชีพนักข่าว อาชีพตำรวจ หรือแม้กระทั่งอาชีพนักพัฒนาสังคม ในเรื่อง Bangkok Breaking แต่ละอาชีพล้วนมีจุดด่างพร้อยที่ยากจะปฏิเสธ ในเมืองหลวงอย่าง กรุงเทพ มหานคร เราไม่มีทางรู้ได้เลยว่าอันไหนคือเรื่องจริง อันไหนคือเรื่องลวง ทั้งกู้ภัยที่ไม่ได้สุจริตนัก นักข่าวที่ไม่กล้าออกมานำเสนอความจริง ตำรวจที่หละหลวมในการทำหน้าที่และนักพัฒนาสังคมที่เอาแต่ใช้คำพูดสวยหรู และเงินทองในการบริหารงานของตนเองให้เป็นที่ยอมรับของประชาชน

Bangkok Breaking แต่ละฉากสวยสมจริงไม่ใช่เล่น มีการใช้ Mood and Tone ที่ค่อนข้างมือครึ้ม ให้ความรู้สึกอึดอัดและหดหู่ใจอยู่ตลอดเวลา โปรดักชันของเรื่องนี้ก็มีความสมจริงหลายฉาก ไม่ว่าจะเป็นฉากไฟไหม้ในตึก ดูแล้วเหมือนติดอยู่ในเหตุการณ์จริง ๆ เลยทีเดียว หรือจะเป็นวิวและมุมสวยของ กรุงเทพ ที่มีการแทรกฟุตเทตเข้ามาในเรื่อง ทำให้เกิดการคอนทราสต์กันของคนดู ระหว่างความสวยงามของเมืองหลวง และความมืดดำของจิตใจคนในเมืองนี้

Categories
Action

SAS: หงส์ดำผงาด ผู้มีอำนาจ ย่อมเหนือกว่า

“ประชากรไม่ถึงหนึ่งเปอร์เซ็นต์เป็นโรคจิต คนโรคจิตมักได้รับการถ่ายทอดลักษณะเฉพาะมาและไม่สามารถรักได้ พวกเขาจัดการความสัมพันธ์ของพวกเขาด้วยการคิดอย่างแม่นยำ ประสบความสำเร็จในทุกสาขาอาชีพ คนโรคจิตที่หัดรักเป็นยิ่งหาได้ยาก หายากยิ่งกว่าหงส์ดำ”

ประโยคเปิดของหนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด หนังที่เล่าถึงเรื่องราวของหน่วยรบพิเศษ ที่ต้องไปจัดการกับกลุ่มก่อการร้ายที่ใช้ชื่อว่า “Black swan” หรือหงส์ดำ หงส์ดำที่กำลังจะทำการเผาอุโมงค์ในรถไฟ และผู้โยสารทุกคนที่อยู่ในรถไฟ โทมัส หนึ่งในกลุ่มหน่วยรบพิเศษ หรือพระเอกของเรื่องจึงต้องหยุดยั้งการกระทำของพวกเขา หนังแอคชัน บู๊สนั่นไม่มีพัก ที่คุณจะต้องลุ้นไปพร้อม ๆ กัน

ที่มา : https://donung4k.com

SAS: หงส์ดำหงาด แอคชันทั่งเรื่อง มันส์สะใจ

SAS: หงส์ดำหงาด ด้วยความที่เป็นหนังเกี่ยวกับเรื่องของ ทหาร และการก่อการร้าย เลยทำให้หนังเรื่องนี้ เป็น หนังแอคชัน ที่มีฉากการต่อสู้และปะทะมากกว่า 80% ในเรื่อง จึงทำให้หนังมีรสชาติและไม่น่าเบื่อ ดำเนินเรื่องได้อย่างรวดเร็ว แต่ในฉากต่อสู้แต่ละฉาก จะเป็นการใช้ปืนเสียส่วนใหญ่ ไม่ค่อยมีการต่อสู้โชว์สกิลการต่อสู้จริง ๆ เสียเท่าไหร่

ถึงแม้ตัวละคร โทมัส จะดูไม่ค่อยโดดเด่นเท่าไหร่ แต่ หนังแอคชัน เรื่องนี้ก็ส่งเขาเต็มที่ในฐานะพระเอกของเรื่อง ฉากฉายเดียวต่อสู้กับกลุ่มก่อการร้ายเป็นสิบ ๆ คน ที่ไม่น่าจะรอดแต่ก็รอดมาได้แบบเฉียดตายทุกที ส่วนตัวละครที่เด่นและดึงดูดที่สุด ก็คงจะหนีไม่พ้น รูบี้ โรส รับบทเป็น เกรซ สาว LGBTQ ที่สาว ๆ ยูริเห็นบอกเลยว่าเป็นต้องร้องกริ๊ด เพราะต่อให้ในเรื่องจะรับบทร้ายแค่ไหน แต่ความสวยเท่นั้นทะลุจอโดดเด่นแซงตัวละครอื่น ๆ ไปมาก เกรซใน หนังแอคชัน เรื่องนี้ ไม่ค่อยเห็นเธอในฉากปะทะโดยตรงนัก เพราะเป็นหัวหน้าที่คอยบงการเสียมากกว่า แต่ในฉากที่ปะทะกับพระเอก ก็แลกเลือดกันแบบน่าลุ้นมากเช่นเดียวกัน

ที่มา : https://www.nme.com/reviews/film-reviews/sas-red-notice-review-sky-cinema-2899421

SAS: หงส์ดำหงาด หนังแอคชัน กับความสัมพันธ์ที่ไม่ลงรอยกัน

หนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด พยายามจะปูเรื่องความสัมพันธ์ของ โทมัส และ โซฟี ตั้งแต่ต้นเรื่องแล้วว่า ทั้งคู่เป็นคู่รักที่มีทัศนคติและการใช้ชีวิตที่แตกต่างกันมาก โทมัส เป็น ทหาร ของหน่วยรบพิเศษ เขาไม่มีหัวใจ ฆ่าคนได้แบบไม่รู้สึกสะเทือนใจใด ๆ ส่วน โซฟี เธอเป็นหมอรักษาคนไข้กว่าร้อยพันชีวิต เธอสงสารและเห็นใจคนเจ็บคนตาย นั่นจึงเป็นปมในใจของโซฟีเสมอ เธอคิดหนักมาตลอดหากจะต้องฝากชีวิตไว้กับผู้ชายที่ไร้ความรู้สึกอย่าง โทมัส ท่ามกลางฉากใน หนังแอคชัน ที่มันส์หยดแล้ว หนังเรื่องนี้ก็ได้มีการแทรกเนื้อหาของความสัมพันธ์ของตัวละครเข้าไปด้วยเช่นกัน

ซึ่งทั้งคู่ ก็ได้มาเข้าใจกันในตอนท้ายเรื่อง ตามแบบฉบับคนเพิ่งรู้หัวใจตนเอง ใน หนังแอคชัน เรื่องนี้มีฉากที่เกรซใช้มือถือของโซฟี เพื่อล่อให้โทมัสมาช่วยเธอ แต่โทมัสรู้ทัน เพราะรู้ดีว่าแฟนสาวของตนเองไม่มีทางจะทิ้งใครไว้ข้างหลังอย่างแน่นอน ส่วนอีกหนึ่งฉากที่โซฟี เริ่มจะเข้าใจโทมัสมากขึ้น คือฉากที่เกรซจับตัวโซผีไปด้วย และโทมัสตามมา โซฟีเอ่ยหนึ่งคำ อย่างหนักแน่นว่า “ไปฆ่ามันซะ” นั่นแสดงให้เห็นว่าทั้งคู่เข้าใจตัวตนของกันและกันอย่างแท้จริงแล้ว

ที่มา : https://www.moviestillsdb.com/movies/sas-red-notice-i4479380/F55EZk

SAS: หงส์ดำหงาด หรือเราต้องพ่ายแพ้กับผู้ที่มีอำนาจตลอดไป

หนังแอคชัน เรื่องนี้ จะพูดถึงความจริงตั้งแต่ต้นเรื่องเลยก็คือ แท้ที่จริงแล้ว ประธานาธิบดีของอังกฤษนั่นเองที่เป็นคนจ้างกลุ่ม Black swan ให้ไปถล่มหมู่บ้านในจอร์เจีย เพื่อที่จะได้บีบให้ประชาชนขายที่ดินให้กับตนเอง หนังเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด บอกเราตั้งแต่ต้นเรื่อง แทนที่จะเอาส่วนนี้ไปเป็นจุดพีค แต่ความต้องการของหนังก็คือ อยากให้เราไปลุ้นตอนจบมากกว่า ว่าถ้าหากเรื่องเป็นเช่นนี้แล้ว จะลงเอยอย่างไร

หนังค่อนข้างสะท้อนสังคมการเมืองเป็นอย่างมาก ที่ผู้มีอำนาจและเงินอย่างนายกรัฐมนตรีนั้นได้บงการทุกอย่างกับทุกหน่วยงาน พวกเขาควบคุมทั้งกลุ่ม ทหาร กลุ่มก่อการร้ายและหน่วยงานข่าว ผลลัพธ์ที่ออกมาจึงเอื้อผลประโยชน์แก่พวกเขาอย่างไม่ต้องแปลกใจ ในเรื่อง SAS: หงส์ดำหงาด จะเห็นได้ว่านายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ได้จ้างกลุ่มก่อการร้ายให้ไปก่อเหตุจลาจลต่าง ๆ ในทางเดียวกัน เขาก็ได้ส่งคนไปแทรกซึมในกลุ่ม ทหาร หน่วยรบพิเศษ เพื่อไปจัดการกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายเสียเอง รวมไปถึงสถานีข่าว ที่เขาได้ควบคุมการรายงานสถานการณ์และข้อเท็จจริงต่าง ๆ ให้อยู่ภายใต้สิ่งที่จะอำนวยประโยขน์และความดีให้แก่ตนเองนั่นเอง ท้ายที่สุดแล้ว ผู้ที่ด้อยอำนาจกว่า ก็จะตกเป็นทาสของผู้มีอำนาจอยู่ร่ำไป อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

Categories
หนังตลก

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง หนังปราบปีศาจสุดฮาและสุดเศร้า

หนังใหม่จาก NETFLIX ประจำเดือนกันยายน ภาพยนตร์แนว ตลกแฟนตาซี ของ สัญชาติจีน เข้าฉายที่ไทยเมื่อวันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2562 พร้อมกับประเทศจีนด้วยเช่นกัน กำกับโดย หลี่เว่ยเหริน มีนักแสดงนำสุดฮาและสุดระห่ำอย่าง แจ็กกี้ ชาน เป็นผู้แสดงหลัก ในช่วง Box office กวาดรายได้ไปกว่า 760 ล้านบาทเลยทีเดียว และมีคำชมมากมาย โดยเฉพาะ CG ที่เด็ดดวงมากๆ สมจริงพอๆกับหนังกำลังภายในของจีนใน NETFLIX หลายๆเรื่องเลย เช่น หยินหยาง ศึกมหาเวทสะท้านพิภพ สู่ฝันอมตะ และหยินหยางศึกมหาเวท ที่ผู้เขียนยกให้เป็นหนังจีนกำลังภายในที่ทำ CG และองค์ประกอบภาพยนตร์ออกมาสมจริงและได้อารมณ์มากที่สุด

รูปภาพจาก : https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fwww.jomyut.club%2F%25E0%25B8%2595%25E0%25B8%25A3%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%25A9%25E0%25B8%2588%25E0%25B8%25B5%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B5%25E0%25B9%2589%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%2599%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2581%25E0%25B8%25AA%25E0%25B8%25B8%25E0%25B8%2594%25E0%25B8%25AD%25E0%25B8%25A5%25E0%25B8%25B1%25E0%25B8%2587%25E0%25B8%2588%2F&psig=AOvVaw1Z49l3Yne7zHijvh0UN4qj&ust=1632467007763000&source=images&cd=vfe&ved=0CAsQjRxqFwoTCNia6dTDlPMCFQAAAAAdAAAAABBG

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง ตำนานผู้ปราบปีศาจในโลกมนุษย์

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง จุดเริ่มต้นของเรื่องราวเกิดจากตำนานจีนโบราณที่กล่าวขานกันว่า เมื่อหลายพันปีมาแล้วปีศาจได้บุกโลกมนุษย์เนื่องจากประตูระหว่างโลกอสูรและโลกมนุษย์ถูกทำลายลง สร้างความปั่นป่วนและความวุ่นวายจึงเบื้องบนจึงต้องส่งผู้ปราบปีศาจลงมาอยู่บนโลกมนุษย์และคอยปราบปีศาจเหล่านี้ คนผู้นั้นคือ พู่ ซงหลิง (แจ็กกี้ ชาน) นอกจากการจับปีศาจ พู่ ซงหลิง ยังคอยเป็นผู้ปรับพฤติกรรมของอสูรด้วย หากอสูรตัวไหนดีเขาก็จะให้พวกมันมาคอยเป็นบริวารรับใช้ในการช่วยกันจับปีศาจตนอื่นๆ หากปีศาจตนไหนดุร้ายก็จะถูกจับไปไว้ใน ดินแดนหยินหยาง ในสมุดบันทึกปราบมาร พร้อมกับใช้พู่กันวิเศษในการผนึกมาร เมื่อถึงกำหนดเวลาปีศาจที่ดุร้ายจะถูกส่งไปยังนรกและจะแหลกสลายกลายเป็นเถ้าถ่าน

โคตรพยัคฆ์หยินหยาง เรื่องเริ่มขึ้นเมื่อมีชายหนุ่มผู้มีความฝันอยากจะเป็นนายอำเภอให้กับหมู่บ้าน ชื่อของเขาคือ เฟย เขาช่วยนายอำเภอคนปัจจุบันในการตามหาคนร้านขโมยเพรชพลอยที่มีคนร้องเรียนเข้ามา แต่นายอำเภอก็ไม่เคยเห็นความกระตือรือร้นของเขาเลย เพราะนายอำเภอในความเป็นจริงแล้วไม่ได้เก่งอาจอะไร มีแต่อวดดีไปวันๆ และในวันที่กำลังสืบหาคนร้ายนั่นเอง ก็มีคดีหนึ่งเข้ามาว่ามีคนชอบเล่านิทานแปลกๆและชอบหลอกขายหนังสือให้เด็กๆ พ่อแม่ของเด็กจึงอยากให้นายอำเภอไปช่วยจัดการ แต่นายอำเภอขี้เกียจจึงสั่งให้เฟยไปจัดการคดีนี้แทน ได้ยินดังนั้นเฟยก็ดีใจมาก เลยตามกลุ่มพ่อแม่เด็กๆไปยังบ้านของคนเล่านิทาน และก็ได้พบกับเรื่องแปลกๆ พ่อแม่เด็กๆอยู่ดีก็เดินออกมาพร้อมกับหนังสือนิทานด้วยอารมณ์ชื่นชม ซึ่งก่อนหน้านี้พวกเขายังโกรธแค้นเป็นฟืนเป็นไฟอยู่เลย เฟยจึงบุกเข้าไปและพบกับสัตว์ประหลาดและความปละหลาดของชายคนนั้น ซึ่งก็มารู้ทีหลังว่าเขาเป็นผู้ปราบปีศาจ ในขณะนั้นอาจารย์ พู่ ซงหลิง ก็ได้รับข่าวมาว่า ในเมืองกำลังมีปีศาจออกอาละวาดขโมยของของชาวบ้าน เขาเลยพาเฟยไปด้วย และทำให้เขามองเห็นปีศาจ เขาได้พบกับปีศาจหมูที่ขโมยของเพื่อไปขอลาที่มันหลงรักจากชายคนหนึ่ง คล้ายๆกับค่าสินสอดนั่นแหละ แต่ชายคนนั้นยังบอกเจ้าหมูว่าของที่นำมาให้นั้นยังไม่เพียงพอที่จะได้ลาตัวนี้ไป จนเกิดการทะเลาะถกเถียงกัน พู่ ซงหลิง กับเฟยจึงเข้าจับกุม พู่ ซงหลิง ไล่จับปีศาจส่วนเฟย ไล่จับผู้ชายคนั้น พู่ ซงหลิง จับปีศาจได้สบาย ส่วนทางด้านของเฟยนั้น ไล่ตามไปจนร่วงตกหลังคามาทั้งคู่ ด้วยความบังเอิญนายอำเภอและสมุนผ่านมาพอดี เลยจับคนร้ายและเอาดีเข้าตัวเองว่าตนเป็นคนจับได้และเฟยยังถูกไล่ออกอีกต่างหาก

เฟยเดินทางเข้าไปอาจารย์ พู่ ซงหลิง อีกครั้งและขอมอบตัวเป็นศิษย์ แม้ พู่ ซงหลิง จะปฏิเสธเท่าไหร่ ก็สลัดเขาไม่หลุด จึงตกลงพาไปปราบปีศาจด้วย และในวันนั้นเองก็มีข่าวแจ้งมาว่า มีปีศาจอาละวาดลักพาตัวหญิงสาวหายไปทุกคืน อาจารย์ พู่ ซงหลิง และเฟยจึงพากันไปสืบหาปีศาจกัน และบังเอิญว่าปีศาจตนนั้นได้ลักพาตัวลูกสาวของท่านเจ้าเมืองไป ทำให้เรื่องนี้หากใครนำตัวลูกสาวเขากลับมาได้สำเร็จ จะได้รับรางวัลอย่างงาม หลังจากสืบเสาะแน่ชัดว่าเป็นฝีมือของปีศาจ เฟยจึงไปบอกท่านเจ้าเมืองว่าเป็นฝีมือปีศาจและนำเขาไปดูภาพวาดในร้านกระจกแห่งหนึ่ง เพราะบนภาพวาดนั้นเป็นภาพของลูกสาวท่านเจ้าเมือง แม้นายอำเภอจะไม่เชื่อ แต่ท่านเจ้าเมืองจำต้องเชื่อในหลักฐานตรงหน้าและสั่งให้เขาไปจับปีศาจตนนั้นมาให้ได้ หากจับได้เขาจะได้เป็นนายอำเภอคนใหม่ และในคืนนั้นเอง มีชายปริศนา นามว่า ซี่เซียะ เป็นนักปราบอสูรหนุ่ม ที่มีอดีตเคยเป็นปีศาจเงามาก่อนแต่เขาได้รับมอบดวงจิตจากสาวมนุษย์นางหนึ่งที่เขามีใจให้กันมานาน เธอมีนามว่า เสี่ยวเซี่ยน ทำให้เขาออกจากเงามาเป็นมนุษย์ แต่ผลที่ตามมานั้นทำให้หญิงสาวกลับกลายเป็นปีศาจแทน และเธอต้องทำร้ายผู้คนเพื่อดื่มกินวิญญาณเพื่อเอาชีวิตรอด เธอไปเป็นเพื่อนกับ ปีศาจกระจก ที่อาจารย์ ฟู่ ซงหลิง กำลังตามตัวอยู่ ซี่เซียะ ตามร่องรอยไปยังร้านกระจกเป้าหมายและได้เจอกับปีศาจกระจก เกิดการต่อสู่กัน ซึ่งซี่เซียะเสียเปรียบเพราะที่แห่งนี้มีกระจกเต็มไปหมดและนางสามารถทะลุไปยังกระจกทุกบานได้ ในขณะที่ซี่เซียะกำลังจะถูกฆ่า เสี่ยวเซี่ยนก็เข้ามาจับมีดไว้ไม่ยอมให้ปีศาจกระจกทำร้ายเขา ในขณะนั้นเองพวกของอาจารย์ พู่ ซงหลิงก็ปรากฏตัวและอาจารย์ก็เข้าต่อสู้กับปีศาจกระจก จนจับปีศาจได้และพาซี่เซียะไปพักฟื้นที่บ้าน

รูปภาพจาก : https://www.google.com/url?sa=i&url=https%3A%2F%2Fmovie.mthai.com%2Fmovie-review%2F251068.html&psig=AOvVaw1Z49l3Yne7zHijvh0UN4qj&ust=1632467007763000&source=images&cd=vfe&ved=0CAsQjRxqFwoTCNia6dTDlPMCFQAAAAAdAAAAABAS

จุดจบของแรงรักและแรงแค้น

หลังจากซี่เซียะตื่นขึ้น เขาก็ขอบคุณอาจารย์และเตรียมจะจากไป แต่บังเอิญได้ยินข่าวจากเฟยว่ามีปีศาจอีกตนปรากฎและปีศาจตนนั้นคือ เสี่ยวเซี่ยน พอซีเซียะได้ยินดังนั้นจึงขอเดินทางไปด้วย พอไปถึงซี่เซียะก็ไม่ยอมให้อาจารย์ พู่ ซงหลิง จับเสี่ยวเซี่ยน เพราะเขาอยากทำให้นางกลับมาเป็นมนุษย์เขาเพียงแค่ต้องการนำดวงจิตคืน แต่อาจารย์ไม่มีวิธีอื่นมาช่วยมีแต่ต้องจับไปยัง ดินแดนหยินหยาง สุดท้ายปีศาจก็หนีไป ทางอาจารย์ก็ได้วางแผนอีกครั้งในการจจัดตั้งโรงเตี้ยมขึ้นมาเพื่อหลอกล่อปีศาจ เกิดการต่อสู่กันและนางก็ถูกจับตัวได้ ณ ที่แห่งนี้ และอาจารย์ได้ก็ลบความทรงจำของซี่เซียะให้เขาลืมเรื่องราวทั้งหมดนี้และให้เดินทางไปสอบจองหงวน ข่าวการ จับปีศาจ สำเร็จของเฟยถูกแพร่กระจายออกไป เขาได้เป็นนายอำเภอสมใจ และในคืนนั้นเองที่กำลังมีงานเลี้ยงฉลอง ปีศาจลมลูกสมุนของอาจารย์อยากเล่นสนุกจึงไปคืนความทรงจำบางส่วนให้ซี่เซียะ ทำให้เขาเริ่มกลับมาจำเสี่ยวเซี่ยนได้ และนั่นเองก็ทำให้เขากลับมาหาอาจารย์ที่กำลังมึนเมาและขโมยพู่กันวิเศษไป ข้ามไปยัง ดินแดนหยินหยาง เพื่อตามหาเสี่ยวเซี่ยนและขอคืนดวงจิต พอเขาได้ดวงจิตคืนเขาก็เกิดอาการคลั่งและทำให้ปีศาจที่อาจารย์จับไว้หลุดออกไป เกิดการปะทะกันจนในที่สุดเสี่ยวเซี่ยนตัดสินใจไปยังดินแดนนรกเพื่อหยุดซี่เซียะ และนั้นทำให้ความรักของทั้งคู่ได้เดินทางไปสู่ประตูนรกพร้อมกัน ด้วยใจที่ยังรักและผูกพัน และอาจารย์ก็ต้องเริ่มออกเดินทางไปจับปีศาจที่หลุดออกไปอีกครั้ง โคตรพยัคฆ์หยินหยาง เรื่องราวของการปราบปีศาจจึงจบเพียงเท่านี้ สามารถรับชมได้แล้ววันนี้ทาง NETFLIX

Categories
หนังการ์ตูน

แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก การ์ตูนสายฮา เรื่องราวของเหล่านักออกแบบสัตว์ตามบัญชาพระเจ้า

แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก คือ การ์ตูน ที่ไม่ได้สร้างมาเพื่อบันเทิงเพียงอย่างเดียว เพราะแฝงความรู้เรื่องราวของสัตว์ต่างๆ บนโลก ไม่ว่าวิวัฒนาการ ลักษณะนิสัย ถิ่นที่อยู่ รวมถึงเรื่องราวเกี่ยวกับสัตว์เหล่านั้นอีกมากมาย โดยการเล่าผ่านความคิดและอุปสรรคของนักออกแบบสัตว์แต่ละตัว และแน่นอนว่าเมื่อได้ไอเดียแล้ว พระเจ้าจะเป็นตัดสินว่าจะอนุมัติหรือไม่อนุมัติ ผ่านทูตสวรรค์ที่รับหน้าที่ประสานงาน

ขอบคุณภาพจาก: https://miro.medium.com/max/1838/0*ySwkR4EozSUvwo6h.jpg

เรื่องราวของนักออกแบบสัตว์ใน แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก กับพระเจ้าจอมความคิด

แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก หรือ TENCHI SOUZOU DESIGN-BU คือ การ์ตูน ที่เล่าเรื่องราวของพระเจ้าผู้มีภาระและหน้าที่มากมาย จึงต้องจ้างพนักงานออกแบบสัตว์ขึ้นมาเพื่อช่วยงาน โดยบอกไอเดียผ่าน ชิโมดะ และ อุเอดะ ทูตสวรรค์ที่ติดต่อประสานงานระหว่างแผนกออกแบบกับพระเจ้า โดยในแผนกออกแบบประกอบไปด้วย จิยะ หัวหน้าแผนก ผู้หลงใหลและชื่นชอบสรีระของม้า สัตว์ที่ออกแบบจึงมักมีแต่ม้า เช่น เพกาซัสที่น้ำหนักตัวเยอะแต่ต้องใช้ปีกบิน และ ยูนิคอร์น ที่มีเขาตรงหน้าผากแต่ผิดหลักสรีรวิทยา เนื่องจากการมีเขาม้าต้องใช้พลังงานเยอะ ร่างกายม้าจึงรับไม่ไหว เพราะต้องใช้สำหรับสร้างกล้ามเนื้อ จึงมักจะถูกพระเจ้าปัดตก เพราะเลี้ยงในโลกแห่งความเป็นจริงไม่ได้

ซึ่งการ์ตูนเองก็คงบอกเราเป็นนัยว่า สัตว์ในเทพนิยาย ทั้ง 2 ตัวคงไม่มีจริงในโลกนี้ คิมุระ นักออกแบบสายชิลที่ชอบออกแบบสัตว์ที่กินได้ มิสึชิมะ นักออกแบบแสนเย็นชาผู้คิดค้นงู ซึ่งไม่ถูกกับ คานาโมริ ผู้ออกแบบนกที่มักถูกจับเป็นเหยื่อของงู เมโดะ นักออกแบบแสนน่ารัก แต่เป็นผู้ออกแบบกบมีพิษขึ้นมา อุนาบาระ นักออกแบบร่างใหญ่แต่มักออกแบบสัตว์น่ารักๆ ขึ้นมา และ ฮิงุจิ ผู้ออกแบบสัตว์ตามไอเดียของเหล่านักออกแบบ เธอคือวิศวกรของงานออกแบบสัตว์ นอกจากนี้ยังมีแผนกแมลงด้วย

สำหรับการส่งงานเพื่อให้พระเจ้าผู้มีแค่เสียง แต่ไม่มีรูปร่างหน้าตานั้นง่ายมาก ๆ เพียงแค่ ทูตสวรรค์ นำรูปที่เหล่านักออกแบบคิดไปใส่สมุดพก จากนั้นพระเจ้าจะส่งข้อความโทรจิตว่าสัตว์ที่ออกแบบนั้นให้ผ่านหรือปัดตก ซึ่งหากผ่านสัตว์ตัวใหม่ก็จะถูกส่งไปยังโลกมนุษย์ ท้ายการ์ตูนก็จะมีการเล่าเรื่องราวของสัตว์เหล่านั้นได้อย่างน่าสนใจ หรือหากอยู่ในช่วงนักออกแบบกำลังทดลองสัตว์ที่กำลังจะส่งให้พระเจ้า ก็จะนำสัตว์เหล่านั้นไปเลี้ยงที่เกาะกาลาปากอส ซึ่งในความเป็นจริงหมู่เกาะนี้มีความน่าสนใจทั้งด้านธรณีวิทยา นิเวศวิทยา และสัตว์วิทยาเป็นอย่างยิ่ง นอกเหนือจากนี้ การ์ตูนเรื่องนี้ยังเล่าเรื่องราวของเหล่านักออกแบบ ที่ต้องทำงานภายใต้ภาวะความกดดัน จากการที่พระเจ้าต้องการสัตว์ตัวใหม่

แต่บางครั้งก็ไม่ให้ไอเดียหรือบอกนักออกแบบเลยว่าต้องการอะไร ซึ่งยิ่งทำให้หลายคนที่ดูอาจจะเริ่มรู้สึกสงสารเหล่านักออกแบบกันแล้ว เพราะในการ์ตูน แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก นอกจากต้องเจอกับหัวหน้างานจอมความคิด แต่มักไม่บอกว่าต้องการอะไร ปัดตกลงเพราะอะไร เหล่านักออกแบบจึงต้องเอาชนะหัวหน้างานอย่างพระเจ้าโดยการผลิตให้โดนใจ แต่จะเป็นวิธีไหน สามารถรับชมได้ที่ YOUTUBE MUSE THAILAND ซึ่งมีทั้งแบบรวมในตอนเดียว 5 ชั่วโมงนิด ๆ และแยกตอนแบบ 15 ตอน

ขอบคุณภาพจาก: https://lh6.googleusercontent.com/Tr3TURJyVrINS2P1eH-wLq4N25MzmsTIA5c3DtMu7I3v8WlCOMpWcWkOB8EHsjiWt3jSD2itqD50VkNw0i1-hWl3Almu_Od9mZ7iE7kXSgJu4Ulja0jaS_erbbPZzJ4hmPCjycxI

จากการ์ตูนเล่าเรื่องการออกแบบสัตว์ สู่การ์ตูนที่เข้าใจสายผลิต

เรามักเห็นบ่อยในการ์ตูน แผนกออกแบบสร้างสรรค์โลก ว่าพระเจ้ามีไอเดียเหลือเฟือ แต่มักไม่ค่อยสื่อหรือแจ้งเหล่านักออกแบบเท่าไหร่นัก ดังนั้นการเป็นสายผลิตอย่างนักออกแบบทั้งใน การ์ตูน  และชีวิตจริง จึงไม่ใช่นักออกแบบที่ใช้แค่ไอเดีย แต่ยังใช้การคาดเดารวมถึงความใจเย็นอย่างยิ่งในการผลิตงาน เพราะต้องทุ่มเทแรงกายจากการทำงาน และต้องทนรับกับการผลิตงานที่ไม่ตรงใจพระเจ้าผู้เปรียบเสมือนนายจ้าง การโดนติติงหรือด้อยค่าทางคำพูด ดังนั้นการต้องร่วมงานกับสายผลิตจึงไม่ควรด้อยราคา หรืออาชีพที่ต้องใช้หลายสกิลในการทำงาน หากมองแบบคนตรงกลาง แน่นอนว่าการจ้างงานล้วนมีความคาดหวัง แต่การคาดหวังจะตรงตามใจมากที่สุด หากเราบอกสิ่งเหล่านักออกแบบว่าต้องการงานแบบไหน

ขอบคุณภาพจาก: https://otakuusamagazine.com/wp-content/uploads/2020/08/heavens-design-team-pv.jpg

Categories
หนังใหม่ล่าสุด

Afterlife Of The Party จะโชคดีแค่ไหนถ้าคุณกลับไปแก้ไขสิ่งผิดพลาดได้

คุณคิดว่าคนที่ตายไปแล้ว พวกเขาต้องการอะไรที่สุด ? อาจจะเป็นการได้ขึ้นสวรรค์ ได้เห็นคนที่รักหมดห่วง หรืออยากได้พรเพื่อที่จะกลับไปแก้ไขสิ่งที่ค้างคาใจได้ Afterlife Of The Party เป็นหนังแนว คอเมดี้ จาก Netflix เรื่องราวเล่าถึง แคสซี่ สาวสุดเปรี้ยวที่รักการปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ หลังจากปาร์ตี้ในคืนหนึ่ง เธอได้เกิดอุบัติเหตุจนเสียชีวิต ซึ่งก่อนหน้าที่เธอจะตาย แคสซี่ทะเลาะกับ ลิซ่า เพื่อนรักของเธอถึงความเห็นที่ไม่ลงรอยกัน และหลังจกที่ตายเธอก็ได้มาพบกับ วาล เทพจากสวรรค์ที่มาบอกแคสซี่ว่า เธอได้รับโอกาสให้กลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดขณะที่มีชีวิตอยู่ได้ แคสซี่ จึงต้องกลับมาบนโลกมนุษย์ เพื่อ แก้ปม ต่าง ๆ ที่ตนเองเคยได้ทำผิดพลาดหรือไม่มีอกาสได้ทำให้สำเร็จ ก่อนจะได้ขึ้นไปสู่สวรรค์ ระหว่างการเล่าเรื่องเราจะได้พบกับความน่ารัก ซึ้งและ คอเมดี้ จากในหนังเรื่องนี้

ที่มา : https://likenung.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-afterlife-of-the-party-2021/

Afterlife Of The Party จงรักษามิตรภาพของคุณไว้

ในหนังเรื่อง Afterlife Of The Party สิ่งแรกที่เราจะเห็นได้ชัดที่สุดคือมิตรภาพระหว่างแคสซี่และลิซ่า ทั้งคู่เป็นเพื่อนรักต่างสไตล์ แคสซี่ สาวสวยชอบปาร์ตี้เป็นชีวิตจิตใจ พูดเก่งและอัธยาศัยดี ส่วนลิซ่าเป็นสาวค่อนข้างเรียบร้อย และไม่สุงสิงกับใครนัก เธอจริงจังกับงานที่พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์ธรรมชาติ ฉากจาหนัง คอเมดี้ เรื่องนี้คือในคืนวันงานปาร์ตี้วันเกิดแคสซี่ ทั้งคู่ทะเลาะกัน ถึงความคิดเห็นในการใช้ชีวิตที่แตกต่างกัน จนถึงจุดแตกหักด้วยคำพูดของแคสซี่ที่บอกว่า “เราโตเกินที่จะเลิกคบกันแล้ว”

แคสซี่ ได้กลับมา แก้ปม ที่ค้างคาใจทั้งคู่มาโดยตลอด ลิซ่า เริ่มมองเห็นแคสซี่ได้หลังจากที่เธอร้องเพลงประจำของทั้งคู่ นั่นจึงแสดงให้เห็นว่าแท้ที่จริงแล้วทั้งคู่มีความสัมพันธ์ที่แน่นแฟ้นกันแค่ไหน แคสซี่และลิซ่าปรับความเข้าใจกันจนทำให้ภารกิจแก้ปมของแคสซี่นั้นสำเร็จลุล่วง หนัง คอเมดี้ เรื่องนี้จึงไม่ได้มีแค่ความสนุกสนานเรียบเสียงหัวเราะเท่านั้น แต่ยังสื่อให้ผู้ชมได้เห็นถึงความสำคัญของเพื่อน มิตรภาพที่ยั่งยืนที่เราควรรักษาไว้

ที่มา : https://likenung.com/%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B8%A7%E0%B8%B4%E0%B8%A7-afterlife-of-the-party-2021/

Afterlife Of The Party ฟังเสียงครอบครัวที่คุณรักสักครั้ง

ในลิสต์รายชื่อที่แคสซี่ต้องกลับมา แก้ปม ก็คือพ่อและแม่ของเธอนั่นเอง แม่ของแคสซี่ทิ้งเธอไปมีครอบครัวใหม่ ทิ้งให้เธออยู่กับพ่อเพียงลำพัง แคสซี่โกรธแม่ของเธอมาตลอดเพราะคิดว่าแม่ไม่รักเธอถึงได้ทิ้งไป แต่เมื่อเธอได้กลับมาและได้รับรู้เหตุผลของเธอ แม้ว่าแม่จะทิ้งแคสซี่ไป แต่ก็ยังรักเธออยู่เสมอ

ส่วนพ่อ ที่แคสซี่ไม่มีโอกาสได้แวะเวียนไปหาเขาสักครั้ง เมื่อได้โอกาสกลับมาแก้ไข แคสซี่จึงทำทุกอย่างที่พ่ออยากจะทำ และได้ปลดล็อกความเศร้าในใจของเขา Afterlife Of The Party กำลังจะบอกให้เราเห็นความสำคัญของครอบครัวให้มากที่สุด บางทีเราอาจจะสนใจตนเองหรือสังคมรอบข้างมากเกินไป จนลืมที่จะละเลยครอบครัว จนลืมคิดไปว่าอาจจะมีเวลาเหลืออยู่เพียงน้อยนิดที่จะได้อยู่กับพวกเขา เรื่องนี้จึงถือเป็นหนัง คอเมดี้ ที่สอดแทรกเนื้อหาความซาบซึ้งเรียกรอยยิ้มเคล้าน้ำตาได้ดีเยี่ยม

ที่มา : https://www.movieinsider.com/photos/602101

Afterlife Of The Party ในความเป็นจริง ทุกคนไม่สามารถแก้ไขอดีตได้

Afterlife Of The Party เป็นหนังที่ให้แง่คิดในหลายมุมมาก ๆ หากเป็นในโลกของหนังแล้ว ตัวละครนั้นจะสามารถทำอะไรก็ได้ หากแต่ในโลกความเป็นจริงนั้น ยากนักที่คนเราจะได้โอกาสในการกลับไปแก้ไขสิ่งที่ผิดพลาดในอดีต ยิ่งถ้าหากว่าถึงคราวที่เราต้องตาย โอกาสนั้นยิ่งมีค่าเป็นศูนย์ หนัง คอเมดี้ คุณภาพดีเรื่องนี้ กำลังจะบอกกับผู้ชมทุกคนว่า ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่ จงดำรงชีวิตด้วยความระมัดระวัง และทำทุกอย่างให้ออกมาดีที่สุด รักและเอาใจใส่ครอบครัวและเพื่อนให้มากที่สุด ลองหันมองดูรอบ ๆ เราจะเจอคนที่รักและแคร์เรามาก ๆ เรื่องราวระหว่างการ แก้ปม ของแคสซี่นั้นจะเป็นบทเรียนให้แก่คนดูทุกคนได้แน่นอน

Categories
Action

รีวิวNOBODY:คนธรรมดานรกเรียกพี่ เมื่อชายกลางคนแสนธรรมดา แต่…ไม่ธรรมดา

ภาพยนตร์เรื่อง NOBODY เป็นภาพยนตร์ที่ทำให้คอ หนังแอคชัน สุดมันยิงกันสั่นโรงนั่นหายคิดถึง เสียงปืน เสียงระเบิดไปได้อย่างเป็นปลิดทิ้ง เพราะนอกจากหนังในจักรวาลของสุดยอดนักฆ่าอย่าง จอห์น วิค ก็มีหนังแอคชันที่ทำได้มันเร้าใจออกมาค่อนข้างน้อยในช่วงเวลานี้ โดยในปีนี้นั้นภาพยนตร์เรื่องนี้ได้เข้ามาทำให้คอหนังแอคชันได้หายคิดถึงไปได้ด้วยสไตล์หนังที่เล่าเรื่องประดุจว่านี่คือ จอห์น วิค ในวัยหลังเกษียณก็ว่าได้

ขอบคุณภาพจาก https://www.pinterest.com/pin/688206386810617801/

ความมันระดับเดือดทะลุจอจากทีมสร้าง John Wick

ถ้าจะถามว่า NOBODY เดือดระอุขนาดไหน ดูแค่ทีมสร้างเราก็พอที่จะการันตีได้แล้วว่าภาพยนตร์เรื่องนี้เดือดเลือดสาดถึงใจอย่างแน่นอน เพราะในภาพยนตร์เรื่องนี้ได้ เดวิด ลีนซ์ ผู้กำกับฝีมือดีที่มีดีกรีในการคุมบังเหียนใน จอห์น วิค ภาคแรก แถมยังเคยกำกับหนังแอคชันวินาศสันตะโรสุดฮาสติหลุดอย่าง Deadpool ภาค 2 มาเป็นผู้อำนวยการสร้างภาพยนตร์เรื่องนี้ และผู้เขียนบทเองก็ได้มือเขียนบทจากจักรวาลนักฆ่า จอห์น วิค มาเขียนบทด้วยตัวเอง ทำให้ในภาพยนตร์เรื่องนี้มีกลิ่นอายของ จอห์น วิค อยู่ตลอดทั้งเรื่อง

โดยเนื้อเรื่องนั้นปูเรื่องมาเหมือนพล็อตหนังแอคชันยอดฮิตอย่าง “อย่างไปแหยมกับคนธรรมดา เพราะที่จริงแล้วเขาไม่ใช่คนธรรมดา” โดยหนังแนวนี้ประสบความสำเร็จไปหลายเรื่องแล้วไม่ว่าจะเป็น John Wick , equalizer , Taken ฯลฯ ซึ่งหนังเรื่องนี้ก็ปูเนื้อเรื่องตัวละครหลักอย่าง ฮัทซ์ แมนเซลล์ ชายวัยกลางคนที่มีชีวิตสุดแสนจะธรรมดา ชีวิตของเขาจะมีวัฏจักรเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมาแสนจะน่าเบื่อหน่าย แต่วันหนึ่งนั้นชีวิตแสนธรรมดาของเขาก็จบลงหลังจากมีโจรเข้าบ้านของเขา และทำให้ความอดกลั้นของเขานั้นขาดผึงลงไปในที่สุด เขาได้หันหลังให้ชีวิตธรรมดามาเดินในเส้นทางเดิมที่เขาโหยหามาโดยตลอดนั่นก็คือเส้นทางที่มีแต่กลิ่นเลือด และ ควันกระสุน

โดย หนัง ACTION เรื่องนี้จะเล่าถึงอดีตของ ฮัทซ์ แมนเซลล์ นั้นไม่ได้เป็นนักฆ่าสุดโหดเหมือน “จอห์น วิค” แต่จะไปคล้ายคลึงกับอดีตสายลับมือพระกาฬอย่าง “โรเบิร์ด แม็คคอล” จาก equalizer เสียมากกว่า ในอดีตเขานั้นได้รับตำแหน่งเป็น “ผู้ตรวจสอบ” ที่ทำหน้าที่เก็บกวาดคนที่หันหลังให้กับประเทศชาติ โดยจะเรียกอีกอย่างว่านักฆ่าที่ทำงานขึ้นตรงให้กับหน่วยงานระดับสูงของรัฐบาล แต่วันหนึ่งเขาก็เบื่อหน่ายชีวิตที่มีแต่การหลั่งเลือด และหันมาสู่ชีวิตแสนธรรมดาอย่างที่เขาเป็นในช่วงต้นเรื่อง ก่อนที่จะต้องกลับมาเดินในเส้นทางเดิมอย่างเลี่ยงไม่ได้

ความน่าสนใจในเรื่องนี้ก็คือนักแสดงนำอย่าง บ๊อบ โอเดนเคิร์ก จากซีรีส์อาชญากรรมชื่อดังอย่าง Breaking Bad ในวัย 58 ที่จะต้องมาแสดงฉากแอคชัน ต่อยตี สาดกระสุน โดยไม่สนอายุอานาม แต่ก็ถือว่าฉากแอคชันในเรื่องนี้ทำได้เท่ดูดีไม่แพ้ จอห์น วิค แต่ก็แอบดูเหมือนเหล่าบรรดาตัวประกอบนั้นจะเดินหน้ากันเข้ามาลูกกระสุนปืนของเหล่าบรรดาตัวเอกง่ายไปสักหน่อย แต่โดยรวมแล้วถือว่าเป็น หนังแอคชัน บู๊เลือดสาดที่ทำให้ผู้ชมบันเทิงไปกับการรับชมตลอดทั้งเรื่อง แถมยังมีฉากปล่อยมุกตลกที่ทำให้บรรยากาศตึงเครียดในหนังผ่อนคลายขึ้นมาได้อีกด้วย

ขอบคุณภาพประกอบจาก https://www.pinterest.com/pin/352266002111738383/

องค์สุดท้ายของหนังที่ทำให้นึกถึงหนังยิงสนั่นในอดีตอย่าง Shoot’Em Up

สำหรับช่วงไคล์แม็คของ NOBODY ถือว่าเป็น หนังแอคชัน2021 นั้นทำให้ผู้เขียนนึกย้อนไปถึงหนังยิงกันสุดมันในอดีตอย่าง SHOOT’ EM UP หรือชื่อไทยคือ “ยิงแม่งเลย” ทั้งฉากตัวเอกที่จะต้องบู๊กับกองทัพพร้อมอาวุธครบมือ แถมยังมีการวางกับดักเอาไว้ในต้อนรับเหล่าตัวร้ายที่ดาหน้ากันเข้ามาตายอย่างกับนัดกันไว้ ฉากที่กล่าวมานั้นทั้งหมดทำได้ดุดันเร้าใจในช่วงครึ่งท้ายของหนังแม้ว่าตัวร้ายของเรื่องนี้จะดูตายง่อย ๆ ไปสักหน่อยก็ตาม

นอกจากฉากจบที่ทำออกมาได้บ้าดีเดือดแล้ว ยังมีตัวขโมยซีนที่ไม่พูดถึงคงไม่ได้นั่นก็คือป๋า “คริสโตเฟอร์ ลอยด์” ที่มาในบทอดีต CIA วัยไม้ใกล้ฝั่ง พ่อของพระเอกของเราที่จะมาควงลูกซองไล่ยิงเหล่าตัวร้ายแบบไม่กลัวไขข้ออักเสบกันเลยทีเดียว แถมฉากจบยังมีการเกริ่นเป็นนัย ๆ ว่าอาจจะมีภาค 2 ให้เราได้เห็น ฮัทซ์ แมนเซลล์ ออกมาวาดลวดลายให้เลือดสายกระจายอีกก็เป็นได้ ซึ่งดูจากเสียงวิจารณ์ของหนังที่ไปในแนวทางที่ดีแล้วคาดว่าคงมีภาค 2 ให้เราได้ดูกันอย่างแน่นอน

ขอบคุณภาพจาก https://www.pinterest.com/pin/498421883767646931/