ภาพยนตร์แอคชั่น Action Movie

      ภาพยนตร์แอคชั่นเป็นประเภทของภาพยนตร์ที่ดำเนินเนื้อเรื่อง และบทบาทของการต่อสู้ การแสดงโลดโผน การไล่ล่า การขับไล่ตามรถหรือระเบิด มีความสำคัญนอกเหนือจากองค์ประกอบต่างๆ เช่น การที่ต้องใช้นักแสดงเฉพาะเจาะจงหรือมีนักแสดงช่วยเหลือหรือที่เรียกกันว่า สตั๊นท์แมน หรือเกี่ยวกับการวางแผนที่ซับซ้อน บทบาทส่วนมากของเนื้อเรื่องมักเกี่ยวข้องกับความพยายามในการแสดงของถึงความเก่งกาจของนักแสดงหรือที่เรียกว่าฮีโร่ ซึ่งจะตรงกันข้ามกับภาพยนตร์สงคราม โดยภาพยนตร์แอคชั่นนี้จะมีความเชื่อมโยงอย่างใกล้ชิดกับภาพยนตร์ประเภทระทึกขวัญ และผจญภัย

      ในโลกตะวันตก เมื่อช่วงทศวรรษที่ 1920 และ 1930  ภาพยนตร์ผจญภัยได้รับความนิยมจากนักแสดง เช่น ดักลาส แฟร์แบงค์ และ เออร์รอล ฟลินน์ แต่ฉากมักจะเป็นแบบย้อนยุค หลังจากนั้นเมื่อเกิดความสำเร็จจากการสร้างซีรีย์ เจมส์ บอนด์ ในทศวรรษที่ 1960 และ 1970 จึงทำให้แนวคิดของภาพยนตร์แอคชั่นปรับเปลี่ยนแนวคิดและทำให้เป็นที่นิยมในช่วงต่อมา ภาพยนตร์ เจมส์ บอนด์ช่วงแรกมีลักษณะเฉพาะด้วยการดำเนินเรื่องไปอย่างกระชับ รวดเร็ว มีฉากระทึกเช่น การไล่ตามรถ การชกต่อย การใช้ศิลปะการต่อสู้เข้ามาผสมผสานกับการยิงปืน เป็นต้น นอกจากนี้เสน่ห์ของซีรีย์นี้คือความฉลาดหลักแหลมของนักแสดงนำที่เต็มไปด้วยไหวพริบ และสามารถจัดการคนร้ายจำนวนมากด้วยมันสมอง และอุปกรณ์ที่ล้ำสมัยต่างๆ ในตอนต่อมา ในภาพยนตร์แอคชั่นอเมริกันยุคแรกๆมันเน้นที่ตัวแสดงนำในบทบาทของตำรวจที่ไม่ได้ฝักใฝ่ฝ่ายใด เช่น ในเรื่อง Bullitt (1968), The French Connection (1971) และ Dirty Harry (1971) ภาพยนตร์เหล่านี้เป็นหนึ่งในเรื่องแรกๆที่นำเสนอการไล่ล่ารถเป็นฉากแอ็คชัน อย่างไรก็ตาม ภาพยนตร์แอคชั่นไม่ได้กลายเป็นรูปแบบที่โดดเด่นในฮอลลีวูดเท่าไหร่นัก จนกระทั่งช่วงปี 1980 และ 1990 เมื่อได้รับความนิยมจากนักแสดงเช่น Arnold Schwarzenegger, Bruce Willis และ Sylvester Stallone จากภาพยนตร์เรื่อง Die Hard ในปี 1988 ที่เรื่องนี้ได้มีอิทธิพลอย่างยิ่งต่อการพัฒนาภาพยนตร์ประเภทนี้ในช่วงทศวรรษต่อมา ในภาพยนตร์เรื่องนี้ บรูซ วิลลิส รับบทเป็นนักสืบของกรมตำรวจนิวยอร์กที่เข้าไปพัวพันกับกลุ่มผู้ก่อการร้ายและเข้ายึดตึกสำนักงานในลอสแองเจลิสโดยไม่ตั้งใจ ทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการสร้างภาพยนตร์ที่มีแนวความคิดจากเรื่องนี้ เช่น ในเรื่อง Under Siege (1992) หรือ Air Force One (1997) ซึ่งใช้สูตรการเล่าเรื่องเดียวกัน แต่แตกต่างกันในเรื่องของสภาพแวดล้อม