รีวิวหนังสยองขวัญ The Conjuring 3 ภาคต่อความระทึก เรื่องราวของการตามสืบคดีที่มี “ปีศาจ” อยู่เบื้องหลัง

The Conjuring 3 หรืออีกชื่อคือ The Conjuring: The Devil Made Me Do It เป็นภาคต่อในแฟรนไชส์ The Conjuring ที่งานนี้ได้มีการส่งต่อการถ่ายทำจาก James Wan ผู้กำกับมากฝีมือสู่ผู้กำกับที่มีความเชี่ยวชาญด้านหนังสยองขวัญจากผลงานที่ผ่านมาอย่าง Michael Chaves ที่พร้อมพลิกโฉมจักรวาลหนังสยองขวัญนี้ ซึ่งภาคนี้จะใช้วิธีการเล่าเรื่องแบบหนังสืบสวนมากกว่า ไม่ได้เป็นเรื่องราวแบบ “บ้านผีสิง” อีกต่อไป เพราะในภาคนี้จะเริ่มต้นจากคดีฆาตกรรมปริศนาของชายหนุ่มอนาคตไกล ที่ตัวเขานั้นอ้างว่าเขาไม่ได้ทำ เป็นปีศาจที่เข้าครอบงำเขาแล้วสั่งให้เขา “ฆ่า” ต่างหาก และเมื่อสองสามีภรรยาวอร์เลนได้ไปฟังคำให้การบนชั้นศาลพวกเขาก็ได้ตัดสินใจร่วมสืบความจริงในคดีนี้ในที่สุด

ที่มา : https://wallpapercave.com/the-conjuring-the-devil-made-me-do-it-2021-wallpapers

พล็อตหนักที่เปลี่ยน The Conjuring 3 ให้เป็นมากกว่าหนังสยองขวัญแบบเดิม ๆ

The Conjuring 3 เป็นหนังที่ the conjuring 3 วันฉาย วันที่ 27 สิงหาคม 2564 the conjuring 3 เรื่องจริง ของ อาร์นี่ จอห์นสัน ผู้ต้องหาคดีฆาตกรรมสุดโหดร้าย เขาใช้มีดแทงผู้เสียชีวิตกว่า 22 แผล แต่กลับบอกว่าเขาไม่ได้ทำและปีศาจสั่งให้เขาทำ เปิดเรื่องมาเราทุกคนจะได้เห็น “เดวิด” น้องชายของแฟนสาวของอาร์นี่ถูกปีศาจควบคุมร่าง มันทำร้ายเขาอย่างรุนแรง ร่างกายของเดวิดบิดงอไปด้วยความรุนแรงตามจิตของปีศาจที่เข้าครอบงำ พลังงานอำนาจความชั่วร้ายของมันเกินกว่าใครจะต้านทานได้ อาร์นี่ทำได้เพียงบอกให้มันหยุดทำร้ายเอ็ดดี้ และดูเหมือนว่าการพยายามสื่อสารกับเจ้าปีศาจจะส่งผลร้ายมหาศาลกว่าที่เขาคิด ทั้งที่เอ็ดและลอเรนต่างบอกไว้ก่อนแล้วว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นอย่าพยายามสื่อสารกับปีศาจอย่างเด็ดขาด แต่ทุกอย่างก็สายไปเสียแล้วหลังจากเหตุการณ์ไล่ผีจากเดวิด อาการของอาร์นี่ก็เริ่มหนักขึ้น เขาเริ่มควบคุมตัวเองไม่ได้ จนพลั้งมือสังหารเพื่อนคนหนึงด้วยมีดกว่า 22 แผล ซึ่งเขามองเห็นเป็นภาพของปีศาจที่จะมาทำร้ายเขา ทำให้ข่าวนี้โด่งดังไปทั่วสหรัฐ แต่เขากลับบอกว่าตนทำตามเสียงของปีศาจ ทำให้เอ็ดและลอเรนไปขอให้ทนายช่วย ซึ่งเพื่อพิสูจน์และจบเรื่องนี้สองสามีภรรยาจึงออกเดินทางตามไปที่ต้นตอของเรื่องทั้งหมด และได้พบว่าปีศาจนี้อยู่เบื้องหลังของผู้ทำพิธีที่ทำการบูชายัญซาตานด้วยชีวิตมนุษย์ ซึ่งพวกเขาต้องรีบสกัดกั้นพิธีให้ได้เร็วที่สุด

ที่มา : https://wallpapercave.com/the-conjuring-the-devil-made-me-do-it-2021-wallpapers

ความรู้สึกส่วนตัวหลังได้ดู การเปลี่ยนผู้กำกับใหม่ ส่งผลต่อมู้ดแอนด์โทนของหนังมากแค่ไหน?

The Conjuring 3 เป็นหนังผีสยองขวัญที่ช่างต่างออกไปจากสองภาคก่อนหน้านี้ ด้วยรูปแบบการเล่าที่ต่างออกไปนี้เองทำให้เกิดเสียงแตกว่าตกลงเรื่องนี้มันดีหรือไม่กันแน่ the conjuring 3 เข้าฉายไทย ไปแล้วผู้ชมบางคนบอกว่าช่างเป็นหนังที่เฉยมาก เพราะเขาเป็นแฟนหนังผีมาตลอด อีกทั้งคนเอเชียอย่างเราดูเหมือนจะไม่ค่อยอินเกี่ยวกับปีศาจ ซาตาน แม่มด อะไรแบบนี้สักเท่าไร the conjuring 3 full movie ได้เดินเรื่องไปพร้อมการสืบสวน ซึ่งส่วนตัวรู้สึกชอบกับการเล่าเรื่องแบบนี้ ใครที่กลัวผีมาก ๆ ดูเรื่องนี้ได้โอเคเลย ไม่ใช่ว่ามีฉากจัมพ์สแคร์น้อยหรืออะไรนะ แต่โทนหลักของหนังมันไม่ได้มีแต่ความสยองขวัญเหมือนทุกภาค ยังมีการใส่การสืบสวนตามล่าหาความจริงไปด้วย ทำให้มีความกลมกล่อมของหนังมากขึ้นไปอีก และคิดว่าที่เขาเปลี่ยนแนวทางการเล่าเรื่องก็มีข้อดีอีกคือทำให้หนังไม่เดินทางถึงทางตันเร็วเกินไป ถือเป็นความชาญฉลาดอีกเปราะหนึ่งทีเดียว นอกจากนี้ใครที่ชอบเสพเกี่ยวกับคดีลับ คดีปริศนา บอกเลยว่าคดีนี้เป็นคดีที่เกิดขึ้นจริงและมีการเติมแต่งเพิ่มอรรถรสขึ้นในหนัง ฝีมือการแสดงของนักแสดงหลักยังคงทำได้ดี โปรดักชันก็ยังคงเสน่ห์ความเป็น The Conjuring ได้ครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นฉากสวย มุมกล้องแปลก ที่พร้อมเขย่าประสาทของคนดูอย่างเรา และจุดไคล์แมกซ์ของหนัง ฉากที่เราแทบจะต้องกลั้นหายใจเมื่อกะจังหวะที่ผีจะโผล่มาแล้วไม่ตรงจังหวะสักทีนี้แล้วด้วย ทำให้หนังเต็มไปด้วยความระทึกอย่างแท้จริง

ที่มา : https://wallpapercave.com/the-conjuring-the-devil-made-me-do-it-wallpapers